“คุณเป็นใคร...?
เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังที...”
เคนอิจิ ทาคาเบะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของกรมตำรวจได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม
คดีที่แปลกประหลาดยากจะหาคำอธิบายได้ เมื่อเหยื่อทุกรายจะมีบาดแผลใหญ่รูปตัว X ที่คอหรือหน้าอก
และทุกคดีผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพซ้ำยังจดจำทุกสิ่งที่ตนทำได้เป็นอย่างดี
เพียงแค่ทุกคนไม่มีคำอธิบายถึงแรงจูงใจของตัวเองได้เลยแม้แต่คนเดียว
(่คือไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่อง เพราะนั่นหมายถึงคนฆ่ามีคนเดียว แต่นี่คนฆ่าไม่ซ้ำหน้ากันเลยแต่เหยื่อจะมีแผลรูปตัว X เหมือนกันทุกคน)
มันเป็นการฆ่าอย่างไม่มีเหตุผลใดๆทั้งสิ้น นั่นทำให้ทาคาเบะไม่รู้จะสืบสวนอย่างไรต่อไป
นอกจากเรื่องงานจะเป็นปัญหาของเขา ชีวิตส่วนตัวของทาคาเบะก็กำลังง่อนแง่นเช่นเดียวกัน
เมื่อภรรยาของเขา ฟูมิเอะ ป่วยเป็นโรคจิตเภทได้ระยะหนึ่งแล้ว และเธอมักจะหลงทางในละแวกบ้านอยู่บ่อยครั้ง
แม้ว่าจะยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาการของเธอนั้นก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความกังวลให้กับผู้เป็นสามี
ทาคาเบะร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเขา นักจิตวิทยา ชิน ซาคุมะ ค้นพบสาเหตุที่เชื่อมโยงกับการฆาตกรรมในที่สุด
โดยฆาตกรแต่ละคน ก่อนที่จะสังหารได้ไม่นานนัก ได้ติดต่อกับชายที่ชื่อว่าคูนิโอะ มามิยะ ..
หากทว่าชายผู้นี้เหมือนอยู่ในสภาพสูญเสียความทรงจำ และอ้างว่าจำอดีตของเขาไม่ได้เลย..
ทาคาเบะเหมือนจะเข้าสู่ทางตันอีกครั้ง
Cure (キュア) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยาแนวนีโอนัวร์ของญี่ปุ่น เขียนบทและกำกับโดย Kiyoshi Kurosawa
เรื่องราวของนักสืบที่กำลังสืบสวนคดีฆาตกรรมอันน่าสยดสยองหลายคดี
โดยมีเครื่องหมาย X อยู่ที่คอของเหยื่อแต่ละราย แต่เมื่อจับตัวฆาตกรได้ พวกเขากลับไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นไปทำไม
เดิมนั้นหนังมีชื่อว่า Evangelist (伝道師) แต่ต้องเปลี่ยนไปกะทันหัน
เนื่องจากขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการสร้างได้เกิดเหตุการโจมตีด้วยสารซารินที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว
ซึ่งกระทำโดยกลุ่มโอมชินริเคียวในปี 1995 ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้
ทางผู้อำนวยการสร้างจึงขอให้เปลี่ยนชื่อเรื่องนี้เป็น Cure แทน
นำแสดงโดย Kōji Yakusho (จาก Perfect Days) ซึ่งหนังเรื่องนื้คือการร่วมงานครั้งแรกระหว่างตัวเขากับ Kiyoshi Kurosawa
ก่อนจะมีผลงานร่วมกันตามมาอีกมาก ยาคุโชในบทของ เคนอิจิ ทาคาเบะ เจ้าหน้าที่สืบสวนที่ต้องมาพัวพันกับคดีฆาตกรรมปริศนา
เหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าและต่างหาคำอธิบายไม่ได้เลย
เป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมต้องคอยลุ้นระทึกตลอดเวลา จับตาดูแทบทุกวินาทีแบบคลาดสายตามาไม่ได้
เหมือนกับในทุกซีนของหนังจะมีอะไรที่คอบแอบแฝงอยู่ มันคือบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด
ตั้งแต่ซีนแรกที่เปิดตัวขึ้นมา แม้ว่าบรรยากาศจะดูสว่างสดใส แต่ชัดเจนเลยว่ามันผิดปกติ
ยิ่งกับบทของฟูมิเอะ ภรรยาที่ป่วยของทาคาเบะ ยิ่งดูเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
(นำแสดงโดย Anna Nakagawa เสียดายมากที่เธอจากไปในวัยแค่ 49 ปีเท่านั้น)
ขณะที่ชายหนุ่มปริศนาของเรื่องอย่างมามิยะ (Masato Hagiwara) นี่ก็เห็นชัดเจนว่า ทุกอย่างเป็นฝีมือของหมอนี่แน่นอน
มันนี่ล่ะตัวร้ายของเรื่อง.. แต่ทั้งเรื่องเค้าไม่ได้ฆ่าใครให้เราเห็นเลยสักคน
แล้วความตายของแต่ละคนมาเกี่ยวข้องกับชายคนนี้ได้ยังไงกัน นั่นคือสิ่งที่คุณต้องหาคำตอบเองในหนัง
ในสังคมปัจจุบันทุกคนต่างทำงานทำหน้าที่ของตัวเองแทบจะเป็นหุ่นยนต์กันไปหมดแล้ว
เราเห็นหน้าใครแม้ว่าจะมีรอยยิ้มให้เห็นกัน แต่คุณมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนว่านั่นคือยิ้มที่จริงใจ
ก็แค่ฉากหน้าเพียงชั่วครู่ แค่แวบเดียวหันหน้ากลับไปมุมปากนั้นอาจจะกลับไปเรียบเฉย ไม่ก็หน้าบูดบึ้งในทันที..
มันจำเป็นที่เราต้องอยู่ในสังคมที่ใส่หน้ากากให้กัน จะแสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริงมันยากนัก
เมื่อเป็นเช่นนั้นความเครียดจึงสะสมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน.. มันเก็บมากๆเข้า แต่ไม่มีที่ระบาย
เมื่อน้ำมันล้นออกจากแก้วมันก็จะไหลเจิ่งนองไปทั่ว.. ความเครียดในใจก็คงไม่ต่าง..
ฉากหน้าเหมือนจะดีแต่ข้างในในอาจฟอนเฟะ เราต่างว่ายวนอยู่ในกรอบที่เหมือนไม่มีทางออก..
ชายขี้เหงาที่ชอบซื้อบริการ... ครูหนุ่มสอนหนังสือเด็กประถม.. ตำรวจที่หมั่นไส้เพื่อนร่วมงาน..
แพทย์หญิงที่โดนพูดจาค่อนแคะ ..รวมถึงนักสืบที่มีปัญหาครอบครัว เราอยู่ในสังคมที่มีแต่คนป่วยทั้งนั้น
Cure หรือการรักษาในที่นี้ก็คงเปรียบได้กับการรักษาคนทุกคนบนโลกที่ต่างป่วยจิต จากทุกสิ่งที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน
ความเครียดที่สะสมเปลี่ยนให้คนกลายเป็นสัตว์ร้ายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ.. นี่คือหนังที่น่ากลัว
เป็นหนังประเภทที่ว่าหนังจบคนไม่จบ เพราะว่าใจของคุณจะต้องจมอยู่กับหลายฉากในหนังเรื่องนี้ไปอีกนานแสนนาน
ตราตรึงชนิดที่คุณจะไม่มีวันลืมแน่นอน
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== Cure (1997) รักษา... จิต... สยอง .... ==
“คุณเป็นใคร...?
เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังที...”
เคนอิจิ ทาคาเบะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของกรมตำรวจได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม
คดีที่แปลกประหลาดยากจะหาคำอธิบายได้ เมื่อเหยื่อทุกรายจะมีบาดแผลใหญ่รูปตัว X ที่คอหรือหน้าอก
และทุกคดีผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพซ้ำยังจดจำทุกสิ่งที่ตนทำได้เป็นอย่างดี
เพียงแค่ทุกคนไม่มีคำอธิบายถึงแรงจูงใจของตัวเองได้เลยแม้แต่คนเดียว
(่คือไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่อง เพราะนั่นหมายถึงคนฆ่ามีคนเดียว แต่นี่คนฆ่าไม่ซ้ำหน้ากันเลยแต่เหยื่อจะมีแผลรูปตัว X เหมือนกันทุกคน)
มันเป็นการฆ่าอย่างไม่มีเหตุผลใดๆทั้งสิ้น นั่นทำให้ทาคาเบะไม่รู้จะสืบสวนอย่างไรต่อไป
นอกจากเรื่องงานจะเป็นปัญหาของเขา ชีวิตส่วนตัวของทาคาเบะก็กำลังง่อนแง่นเช่นเดียวกัน
เมื่อภรรยาของเขา ฟูมิเอะ ป่วยเป็นโรคจิตเภทได้ระยะหนึ่งแล้ว และเธอมักจะหลงทางในละแวกบ้านอยู่บ่อยครั้ง
แม้ว่าจะยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาการของเธอนั้นก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความกังวลให้กับผู้เป็นสามี
ทาคาเบะร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเขา นักจิตวิทยา ชิน ซาคุมะ ค้นพบสาเหตุที่เชื่อมโยงกับการฆาตกรรมในที่สุด
โดยฆาตกรแต่ละคน ก่อนที่จะสังหารได้ไม่นานนัก ได้ติดต่อกับชายที่ชื่อว่าคูนิโอะ มามิยะ ..
หากทว่าชายผู้นี้เหมือนอยู่ในสภาพสูญเสียความทรงจำ และอ้างว่าจำอดีตของเขาไม่ได้เลย..
ทาคาเบะเหมือนจะเข้าสู่ทางตันอีกครั้ง
Cure (キュア) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวจิตวิทยาแนวนีโอนัวร์ของญี่ปุ่น เขียนบทและกำกับโดย Kiyoshi Kurosawa
เรื่องราวของนักสืบที่กำลังสืบสวนคดีฆาตกรรมอันน่าสยดสยองหลายคดี
โดยมีเครื่องหมาย X อยู่ที่คอของเหยื่อแต่ละราย แต่เมื่อจับตัวฆาตกรได้ พวกเขากลับไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นไปทำไม
เดิมนั้นหนังมีชื่อว่า Evangelist (伝道師) แต่ต้องเปลี่ยนไปกะทันหัน
เนื่องจากขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการสร้างได้เกิดเหตุการโจมตีด้วยสารซารินที่สถานีรถไฟใต้ดินโตเกียว
ซึ่งกระทำโดยกลุ่มโอมชินริเคียวในปี 1995 ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้
ทางผู้อำนวยการสร้างจึงขอให้เปลี่ยนชื่อเรื่องนี้เป็น Cure แทน
นำแสดงโดย Kōji Yakusho (จาก Perfect Days) ซึ่งหนังเรื่องนื้คือการร่วมงานครั้งแรกระหว่างตัวเขากับ Kiyoshi Kurosawa
ก่อนจะมีผลงานร่วมกันตามมาอีกมาก ยาคุโชในบทของ เคนอิจิ ทาคาเบะ เจ้าหน้าที่สืบสวนที่ต้องมาพัวพันกับคดีฆาตกรรมปริศนา
เหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าและต่างหาคำอธิบายไม่ได้เลย
เป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมต้องคอยลุ้นระทึกตลอดเวลา จับตาดูแทบทุกวินาทีแบบคลาดสายตามาไม่ได้
เหมือนกับในทุกซีนของหนังจะมีอะไรที่คอบแอบแฝงอยู่ มันคือบรรยากาศที่ไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด
ตั้งแต่ซีนแรกที่เปิดตัวขึ้นมา แม้ว่าบรรยากาศจะดูสว่างสดใส แต่ชัดเจนเลยว่ามันผิดปกติ
ยิ่งกับบทของฟูมิเอะ ภรรยาที่ป่วยของทาคาเบะ ยิ่งดูเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
(นำแสดงโดย Anna Nakagawa เสียดายมากที่เธอจากไปในวัยแค่ 49 ปีเท่านั้น)
ขณะที่ชายหนุ่มปริศนาของเรื่องอย่างมามิยะ (Masato Hagiwara) นี่ก็เห็นชัดเจนว่า ทุกอย่างเป็นฝีมือของหมอนี่แน่นอน
มันนี่ล่ะตัวร้ายของเรื่อง.. แต่ทั้งเรื่องเค้าไม่ได้ฆ่าใครให้เราเห็นเลยสักคน
แล้วความตายของแต่ละคนมาเกี่ยวข้องกับชายคนนี้ได้ยังไงกัน นั่นคือสิ่งที่คุณต้องหาคำตอบเองในหนัง
ในสังคมปัจจุบันทุกคนต่างทำงานทำหน้าที่ของตัวเองแทบจะเป็นหุ่นยนต์กันไปหมดแล้ว
เราเห็นหน้าใครแม้ว่าจะมีรอยยิ้มให้เห็นกัน แต่คุณมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนว่านั่นคือยิ้มที่จริงใจ
ก็แค่ฉากหน้าเพียงชั่วครู่ แค่แวบเดียวหันหน้ากลับไปมุมปากนั้นอาจจะกลับไปเรียบเฉย ไม่ก็หน้าบูดบึ้งในทันที..
มันจำเป็นที่เราต้องอยู่ในสังคมที่ใส่หน้ากากให้กัน จะแสดงออกถึงความรู้สึกที่แท้จริงมันยากนัก
เมื่อเป็นเช่นนั้นความเครียดจึงสะสมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน.. มันเก็บมากๆเข้า แต่ไม่มีที่ระบาย
เมื่อน้ำมันล้นออกจากแก้วมันก็จะไหลเจิ่งนองไปทั่ว.. ความเครียดในใจก็คงไม่ต่าง..
ฉากหน้าเหมือนจะดีแต่ข้างในในอาจฟอนเฟะ เราต่างว่ายวนอยู่ในกรอบที่เหมือนไม่มีทางออก..
ชายขี้เหงาที่ชอบซื้อบริการ... ครูหนุ่มสอนหนังสือเด็กประถม.. ตำรวจที่หมั่นไส้เพื่อนร่วมงาน..
แพทย์หญิงที่โดนพูดจาค่อนแคะ ..รวมถึงนักสืบที่มีปัญหาครอบครัว เราอยู่ในสังคมที่มีแต่คนป่วยทั้งนั้น
Cure หรือการรักษาในที่นี้ก็คงเปรียบได้กับการรักษาคนทุกคนบนโลกที่ต่างป่วยจิต จากทุกสิ่งที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน
ความเครียดที่สะสมเปลี่ยนให้คนกลายเป็นสัตว์ร้ายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ.. นี่คือหนังที่น่ากลัว
เป็นหนังประเภทที่ว่าหนังจบคนไม่จบ เพราะว่าใจของคุณจะต้องจมอยู่กับหลายฉากในหนังเรื่องนี้ไปอีกนานแสนนาน
ตราตรึงชนิดที่คุณจะไม่มีวันลืมแน่นอน
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===